ตลาดรถยนต์ พ.ย.รอแคมเปญโค้งสุดท้าย

By / 1 year ago / News / No Comments
ตลาดรถยนต์ พ.ย.รอแคมเปญโค้งสุดท้าย

ตัวเลขการขาย 68,284 คัน ลดลง 4.8% สะสม 11 เดือน 766,589 คัน เติบโต 14.7%

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2565 ด้วยยอดขายรวมทั้งสิ้น 68,284 คัน ลดลง 4.8% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 20,263 คัน ลดลง 14.8% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 48,021 คัน เพิ่มขึ้น 0.2% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 36,286คัน ลดลง 5.9% พร้อมยอดขายสะสม 11 เดือนที่ 766,589 คัน เติบโต 14.7% เดินหน้าสู่การปิดตัวเลขการขายประจำปีในเดือนธันวาคม

  • ประเด็นสำคัญ

            นายสุรศักดิ์ เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายนว่า “ตลาดรถยนต์เดือนพฤศจิกายนชลอตัวเล็กน้อยด้วยตัวเลขการขาย 68,284 คัน ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีตัวเลขการขาย 20,263 คัน ลดลงเช่นกันที่ 14.8% ขณะที่ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีตัวเลขการขาย 48,021 คัน เติบโตเล็กน้อยที่ 0.2% เป็นผลมาจากการที่ลูกค้าชลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอรับแคมเปญสุดท้ายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายก่อนปิดตัวเลขการขายประจำปีในเดือนธันวาคม ที่ลูกค้าต่างคาดหวังรับข้อเสนอดีที่สุดแห่งปีในงานนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคกลางและจังหวัดใกล้เคียง

         นายสุรศักดิ์ ประเมินแนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนธันวาคมว่า “จากความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์ดังกล่าว จะส่งผลให้ตัวเลขการขายรถยนต์ของเดือนธันวาคมเติบโตสูงที่สุดในรอบปี โดยมียอดจองในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ที่มากถึง 36,679 คัน จากการรายงานของผู้จัดงานเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ ยังไม่รวมตัวเลขการขายจากผู้แทนจำหน่ายของทุกค่ายรถยนต์ทั่วประเทศ ซึ่งจะมาเติมสถิติการขาย 11 เดือนที่ 766,589 คัน เติบโต 14.7% ก่อนจะปิดตัวเลขการขายประจำปี 2565 ในเดือนธันวาคม น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

  • สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนพฤศจิกายน 2565
  • ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 68,284 คัน ลดลง 4.8%                           

อันดับที่ 1 โตโยต้า      24,554 คัน      เพิ่มขึ้น  6.0%             ส่วนแบ่งตลาด 36.0%

อันดับที่ 2 อีซูซุ           16,561 คัน      ลดลง   10.1%           ส่วนแบ่งตลาด 24.3%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า      7,328 คัน       ลดลง   15.0%            ส่วนแบ่งตลาด 10.7%

  • ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 20,263 คัน ลดลง 14.8%                             

อันดับที่ 1 โตโยต้า      8,405 คัน       เพิ่มขึ้น  33.3 %           ส่วนแบ่งตลาด 41.5%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า        4,438 คัน       ลดลง   45.0%            ส่วนแบ่งตลาด 21.9%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      1,489 คัน       ลดลง   16.6%            ส่วนแบ่งตลาด  7.3%

  • ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 48,021 คัน เพิ่มขึ้น 0.2%                                

อันดับที่ 1 อีซูซุ                   16,561 คัน      ลดลง   10.1%            ส่วนแบ่งตลาด 34.5%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      16,149 คัน      ลดลง   4.2%             ส่วนแบ่งตลาด 33.6%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        4,805 คัน       เพิ่มขึ้น  68.1%            ส่วนแบ่งตลาด 10.0%

  • ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 36,286 คัน ลดลง 5.9%                                

อันดับที่ 1 อีซูซุ                    15,382 คัน      ลดลง   9.3%             ส่วนแบ่งตลาด 42.4%

อันดับที่  2 โตโยต้า     13,635 คัน      ลดลง   8.4%             ส่วนแบ่งตลาด 37.6%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        4,805 คัน       เพิ่มขึ้น  68.1%            ส่วนแบ่งตลาด 13.2%

                               *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 7,104 คัน

อีซูซุ 2,610 คัน – โตโยต้า 2,465 คัน – ฟอร์ด 1,380 คัน – มิตซูบิชิ 588 คัน – นิสสัน 61 คัน

  •  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 29,182 คัน ลดลง 11.9%                                

อันดับที่ 1 อีซูซุ                    12,772 คัน      ลดลง   16.1%            ส่วนแบ่งตลาด 43.8%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      11,170 คัน      ลดลง   11.0%            ส่วนแบ่งตลาด 38.3%

                   อันดับที่ 3 ฟอร์ด        3,425 คัน       เพิ่มขึ้น  44.1%            ส่วนแบ่งตลาด 11.7%    

  • สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2565
  • ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 766,589 คัน เพิ่มขึ้น 14.7%                           

อันดับที่ 1 โตโยต้า      258,612 คัน     เพิ่มขึ้น  21.7 %          ส่วนแบ่งตลาด 33.7%

อันดับที่ 2 อีซูซุ          194,275 คัน     เพิ่มขึ้น  17.5%           ส่วนแบ่งตลาด 25.3%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า        74,518 คัน     ลดลง   3.4%             ส่วนแบ่งตลาด 9.7%

  • ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 240,371 คัน เพิ่มขึ้น 9.3%                                

อันดับที่ 1 โตโยต้า      73,797 คัน     เพิ่มขึ้น  34.0%            ส่วนแบ่งตลาด 30.7%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า      55,879 คัน     ลดลง   18.0%            ส่วนแบ่งตลาด 23.2%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      19,333 คัน     เพิ่มขึ้น  21.0%            ส่วนแบ่งตลาด  8.0%

  • ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 526,218 คัน เพิ่มขึ้น 17.4%                    

อันดับที่ 1 อีซูซุ                    194,275 คัน     เพิ่มขึ้น  17.5%           ส่วนแบ่งตลาด 36.9%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      184,815 คัน     เพิ่มขึ้น  17.3%            ส่วนแบ่งตลาด 35.1%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        38,039 คัน     เพิ่มขึ้น  34.8%            ส่วนแบ่งตลาด  7.2%

  • ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 411,553 คัน เพิ่มขึ้น 17.4%                    

อันดับที่ 1 อีซูซุ                    179,307 คัน     เพิ่มขึ้น  19.3%            ส่วนแบ่งตลาด 43.6%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      157,703 คัน     เพิ่มขึ้น  17.0%            ส่วนแบ่งตลาด 38.3%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        38,039 คัน     เพิ่มขึ้น  34.8%            ส่วนแบ่งตลาด  9.2%

                               *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 58,746 คัน

โตโยต้า 24,927 คัน – อีซูซุ 17,751 คัน – ฟอร์ด 8,200 คัน – มิตซูบิชิ 6,786 คัน – นิสสัน 1,082 คัน

  •  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 352,807 คัน เพิ่มขึ้น 15.7%

อันดับที่ 1 อีซูซุ                    161,556 คัน     เพิ่มขึ้น  18.9%            ส่วนแบ่งตลาด 45.8%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      132,776 คัน     เพิ่มขึ้น  16.1%            ส่วนแบ่งตลาด 37.6%

                   อันดับที่ 3 ฟอร์ด        29,839 คัน     เพิ่มขึ้น  24.9%            ส่วนแบ่งตลาด  8.5%