รถกระบะพันธุ์ยักษ์ MG EXTENDER ลุยเส้นทางจากกรุงเทพฯ – บุรีรัมย์ – ขอนแก่น

By / 5 months ago / Test Drive / No Comments
รถกระบะพันธุ์ยักษ์  MG EXTENDER ลุยเส้นทางจากกรุงเทพฯ – บุรีรัมย์ – ขอนแก่น

บทความ / test :  MG EXTENDER   กรุงเทพ-บุรีรัมย์-ขอนแก่น By จุฑารัตน์ อุ้มญาติ บรรณาธิการบริหารอำนวยการ www.missside.com

จากที่เปิดตัวกันไปรวมถึงทำการทดลองขับในสนามที่จัดขึ้นแบบสั้นๆ กันไป  มาทริปครั้งนี้ขับกันยาวๆไปเลยจ้า  ทางค่าย MG จัดให้ขับ ให้สัมผัส กันเต็มๆ  

สำหรับเส้นทางที่จะใช้เริ่มการขับสตาร์ทออกที่กรุงเทพฯ มุ่งหน้าจังหวัดบุรีรัมย์ และต่อไปที่จังหวัดขอนแก่น ย้อนไปดูรายละเอียดตัวรถกระบะ MG EXTENDER  ที่มาสู้ศึกตลาดรถกระบะในตลาดบ้านเรา ที่เป็นตลาดรถกระบะที่โต   เจ้า  MG Extender  มี 9 รุ่นย่อย ทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู ( Double Cab) มีทั้งเกียร์ธรรมดาและแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ มีให้เลือกระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ตามการใช้งาน

และทริปนี้ที่แหม่มขับคือเจ้า  MG  EXTENDER เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร  ส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ชุดเกียร์จากยุโรปทั้งชุด  สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ที่มีมา Eco และ Power  ตามที่เราเลือกใช้งาน  ส่วนในรุ่น Double Cab จะมีโหมดการขับให้เลือก แบบ 2 ล้อ และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนนให้เลือก 3 รูปแบบ คือ 2H / 4H และ 4L 

รูปโฉมภายนอก เริ่มที่กระจังหน้าออกแบบโมเดิร์นเป็นสไตล์ของ MG   มองตัวรถหรือมิติตัวถังที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้รุ่นแบบกระบะตอนครึ่งมีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกันส่งผบให้เพิ่มปริมาณการบรรทุกมากขึ้นตาม มาที่แบบ 4 ประตู ช่วงล่างแบบ European Tuning Suspension ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ ( Double Wishbone)ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น ( Leaf Spring Suspension ) ทำงานควบคู่กับช่วงล่างแบบ BRIT Dynamicที่ทำให้มีความนุ่มนวลในการขับขี่ 

ไฟหน้าแบบ LED Projector มีระบบเปิด-ปิด และปรับเลี้ยวตาม องศาพวงมาลัยอัตโนมัติ พร้อมไฟ DRL (Daytime Running Lights), กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว,  บันไดข้างดีไซน์สปอร์ต, ไฟท้ายดีไซน์สปอร์ต,  ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว  กล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอย ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง 

ด้านภายในห้องโดยสารดีไซน์สปอร์ต มีความกว้างขวาง พร้อมการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุดทำให้เก็บเสียงดีขึ้น พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต  พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น   หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว

พร้อมระบบ i-SMART ที่สั่งการด้วยภาษาไทย สั่งให้โทรออก, เปิดปิด, ควบคุมระบบปรับอากาศ, วิทยุ  และอื่นๆ  พร้อมการสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนโดยผ่าน MG Mobile Application เชื่อมต่อ Smart Connect  พร้อม  กุญแจระบบ Smart Key  ปุ่มกด Push Start   ส่วนเบาะนั่งแบบเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้าจะมีในรุ่น Double Cab  

เบาะนั่งคู่หน้าปรับได้ 150 องศา  ที่นั่งผู้นั่งโดยสารหลังมีความกว้างมาก  เบาะนั่งหลังสามารถพับได้   มีจุดพับแขนและวางแก้วได้  ช่องปรับอากาศสำหรับผู้นั่งหลัง  มาที่ปุ่มรูปแบบการขับ มี 3 โหมด  คือ โหมดมาตรฐาน ( Normal Mode ), โหมดประหยัด ( ECO Mode ) เพื่อความประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น  และโหมดกำลังสูง   (Power Mode)  สำหรับการขับขี่ที่ต้องการกำลังสูง    

ความปลอดภัย  ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป มาพร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ // ช่วงล่างแบบ EURO Tuning Suspension  มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF ( Full Space Frame ) // ถุงลมนิรภัย 6 จุด คู่หน้า ด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัย  // ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW / ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD  // ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS / ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC //  

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS / ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS // ระบบเสริมแรงแบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA  และระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD 

รับฟังข้อมูลรถยนต์ และเส้นทาง ออกเดินทางกันเลย ช่วงแรกออกจากกรุงเทพ  เส้นทางการใช้งานจริงบนถนนปกติ หรือออนโรด  สัมผัสได้ความนุ่มของช่วงล่างที่เซ็ตมา  ในช่วงเลี้ยวหรือยูเทิร์น วงเลี้ยวแคบ 6.3 เมตร  ความเงียบภายในห้องโดยสารถ้าเทียบกับรถกระบะทั่วไปทำได้ดี  อัตราเร่งแซงตอบสนองใช้ได้

เราขับมาถึงจุดหมายทดสอบระบบการขับแบบออฟโรด ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติ  เรามาใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ  ที่เราสามารถเปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ จาก 2 H  เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4H  โดยไม่ต้องหยุดรถ  สำหรับเกียร์ 4L มาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย Rear Axle Diffrential Lock   เส้นทางที่ขับเป็นทางธรรมชาติแบบออฟโรด ในช่วงแรกของเส้นทาง  เราใช้ 4H  ในช่วงนี้ไปก่อน ด้วยมีฝนเมื่อวันก่อนทำให้ทางมีความลื่น ทางดิน ทางลาดชัน   ต่อด้วยเส้นทางก้อนหิน เราปรับมา 4L  ถือว่าการทำงานของขับเคลื่อน 4ล้อ ทำได้ดี ช่วงล่างรับแรงสะเทือนได้ดี   กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เดินเครื่องผ่านอุปสรรคสบาย 

ถ้าคุณกำลังมองหารถกระบะ ราคาล้านต้นๆ  หรือเวลาซื้อจริงมีโปรโมชั่นโน้นนี่ ลดแล้วไม่ถึงล้านบาท

กับออปชั่นที่ให้มา  เจ้า MG EXTENDER น่าสนใจทีเดียว  สำหรับคำถามศูนย์บริการจะมีมากมายมั้ย จากค่ายวางแผนภายในปี62 นี้ครบ 140 แห่ง ซึ่งตอนนี้ 108 แห่ง  ความเป็นน้องใหม่ของกลุ่มรถกระบะที่ไม่ธรรมดา  ลุ้นกันต่อไป  หากคุณจะซื้อรถสักคันอยากลืมจะซื้อรถใช้งานประเภทไหน / งบประมาณ / 

และทดลองขับก่อนซื้อนะจ้ะ