ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต พร้อมจัดทัพลุยศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2024

By / 6 days ago / Motorsport / No Comments
ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต พร้อมจัดทัพลุยศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2024

ด้วยออล-นิว ไทรทัน แรลลี่คาร์ รวม 4 คัน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เปิดตัวกองทัพนักแข่งทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส พร้อมส่ง ออล-นิว ไทรทัน ทั้งหมด 4 คัน ลงสู้ศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2024 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 – 17 สิงหาคมนี้ บนเส้นทางเขตภาคใต้และภาคกลางของประเทศไทย

ครั้งนี้ นับเป็นปีที่ 3 ที่ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ส่งรถกระบะไทรทันเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ โดยในปีแรก ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต สามารถขึ้นแท่นคว้าแชมป์ประเภทบุคคลมาครองได้สำเร็จ ขณะที่การแข่งขันปีที่ 2 ทีมแข่งได้เปลี่ยนมาใช้รถกระบะรุ่นใหม่ และคว้าอันดับ 3 ประเภทบุคคลมาครอง การแข่งขันแรลลี่ทั้ง 2 ครั้ง ได้แสดงให้เห็นถึงขีดสุดของความแข็งแกร่งทนทาน ความปราดเปรียวคล่องตัว และสมรรถนะการควบคุมรถที่เหนือชั้น โดยเฉพาะบนสภาพถนนที่สมบุกสมบัน และในปีนี้ รถไทรทันได้รับการปรับปรุงสมรรถนะการขับขี่ให้ก้าวไปอีกขั้นเพื่อทวงบัลลังก์แชมป์

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต พร้อมเดินหน้าสู้ศึกการแข่งขัน โดยมี ทันท์ สปอร์ต (ประเทศไทย) เป็นเจ้าของทีมแข่ง ภายใต้การนำทัพของ มร. ฮิโรชิ มาซูโอกะ อดีตแชมป์ดาการ์ แรลลี่ 2 สมัย ในฐานะผู้อำนวยการทีม ร่วมด้วยทีมวิศวกรของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งจะทำการพัฒนารถแข่งแรลลี่และร่วมเดินทางไปกับทีมแข่งเพื่อสนับสนุนด้านเทคนิคระหว่างการแข่งขัน

เช่นเดียวกับปีที่แล้ว ชยพล โยธา นักแข่งชาวไทย และ พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ ผู้นำทางชาวไทย เจ้าของแชมป์เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2022 จะกลับมาร่วมทีมกันอีกครั้ง ร่วมด้วยคู่หูชาวญี่ปุ่น คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ ที่เคยทำผลงาน
เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 8 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในกลุ่มนักแข่งชาวญี่ปุ่นในเอเอ็กซ์ซีอาร์ 2023 เสริมทัพด้วย ศักดิ์ชัย
ห่านตระกูล และ จุมพล ดวงทิพย์ นักแข่งชาวไทยผู้มากประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญในรถมิตซูบิชิ
อย่างยอดเยี่ยม พร้อมด้วย คาสุโตะ โคอิเดะ นักทดสอบรถของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส จากประเทศญี่ปุ่น และ เออิจิ ชิบะ ผู้นำทางชาวญี่ปุ่น ที่เคยสร้างผลงานเข้าเส้นชัยและขึ้นโพเดียมจากการแข่งขันเอเอ็กซ์ซีอาร์ โดยนักแข่งทั้งหมด
จะลงสนามด้วยออล-นิว ไทรทัน ในรุ่น T1 (รถแข่งแบบครอสคันทรี รุ่นโปรโตไทพ์) เพื่อชิงตำแหน่งแชมเปี้ยนอีกครั้ง

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมจากการแข่งขันในปีที่ก่อน ในปีนี้ รถไทรทัน จึงได้รับการพัฒนาสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่ต่อสู้ที่มีเครื่องยนต์ความจุสูงกว่าได้ โดยเฉพาะในสเตจการแข่งขันที่ใช้ความเร็วสูงมากๆ โดยมีการติดตั้งระบบส่งกำลังสำหรับรถแข่งซึ่งสามารถรองรับแรงบิดสูง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทนทาน พร้อมให้สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว ควบคุมได้ดังใจ นอกจากนี้ ความกว้างช่วงล้อยังได้รับการปรับขยายให้กว้างขึ้น ขณะที่ระบบกันสะเทือนหลัง ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ เปลี่ยนจากแหนบเป็นคอยล์สปริงแบบ 4 link ทำให้ตัวรถสามารถรองรับแรงสะเทือนบนสภาพถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อได้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมบนเส้นทางที่สมบุกสมบันได้อย่างยอดเยี่ยม

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ในช่วงวันที่ 21 – 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา ด้วยการจำลองสภาพเส้นทางการแข่งขันบนถนนและเส้นทางออฟโรดใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในประเทศไทย โดยผลการทดสอบพบว่า ตัวถังและแชสซีส์มีความแข็งแรงทนทาน ขณะที่เครื่องยนต์ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะและ
อัตราเร่งให้ดีขึ้น ซึ่งรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ สามารถผ่านการทดสอบสุดทรหดเป็นระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร ในระยะเวลา  7 วัน ได้อย่างมั่นใจ ทั้งยังได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในสนามจริง

“เมื่อปีที่แล้ว เราวางเป้าหมายที่จะครองตำแหน่งแชมป์ 2 สมัยติดต่อกันด้วยรถออล-นิว ไทรทัน ซึ่งเพิ่งเปิดตัวออกมาใหม่ๆ ซึ่งน่าเสียดายที่เราไม่สามารถดึงเอาศักยภาพของรถออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้เราจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 3” มร. ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีมแข่งมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต กล่าว “ในปีนี้ เราจึงมุ่งพัฒนารถไทรทันที่จะใช้ขับแข่งให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ให้การควบคุมที่ดีบนเส้นทางที่ขรุขระสมบุกสมบัน และขยายทีมของเราโดยเพิ่มรถเข้าแข่งเป็น 4 คัน เรามุ่งมั่นที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ให้ได้ ซึ่งในปีนี้ ทีมแข่งของเรานั้นยังมี คาสุโตะ โคอิเดะ นักทดสอบรถของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งผมได้ร่วมงานด้วยมานานกว่าสองทศวรรษ เข้ามาร่วมทีม เพราะมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีการนำประสบการณ์จากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตสุดหฤโหดมาใช้เพื่อพัฒนารถยนต์มาโดยตลอด
ผมจึงหวังว่า เราจะสามารถส่งต่อความชำนาญเหล่านี้ไปสู่บุคลากรของเรา จากรุ่นสู่รุ่น”