มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย รับรางวัล “ผู้สนับสนุนป่าชุมชน”

By / 9 months ago / News / No Comments
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย รับรางวัล “ผู้สนับสนุนป่าชุมชน”

ติดต่อกัน 2 ปีซ้อนจากโครงการปลูกป่า ‘Root for Sustainability: รากกล้าแห่งความยั่งยืน’

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย รับรางวัล “ผู้สนับสนุนป่าชุมชน” จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องเป็นปีที่ 2  จากโครงการปลูกป่า ‘Root for Sustainability: รากกล้าแห่งความยั่งยืน’ ที่ได้ดำเนินการปลูกต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์บนพื้นที่ 40 ไร่ ณ ป่าชุมชนบ้านโคกพลวง จังหวัดนครราชสีมา ในปี 2565 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ตามแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมด้าน ‘สิ่งแวดล้อม’ ที่มุ่งสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนเป็นกลางอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ โดยเน้นการสนับสนุนใน 3 ด้านหลัก คือ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้รับรางวัล “ผู้สนับสนุนป่าชุมชน” ครั้งแรกในปี 2565 จากการดำเนินการปลูกป่าภายใต้โครงการ ‘ปลูกป่า 60 ปี 60 ไร่’ ซึ่งได้ริเริ่มขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปี 2564 โดยได้ทำการปลูกป่าชุมชน ที่บ้านอ่างกระพงศ์ จังหวัดชลบุรี จำนวน 20 ไร่ และในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านนางาม จังหวัดสระแก้ว จำนวน 40 ไร่ ซึ่งเมื่อรวมกับการปลูกป่าบนพื้นที่ 40 ไร่ ณ ป่าชุมชนบ้านโคกพลวง จังหวัดนครราชสีมา ในปี 2565 ทำให้มีจำนวนพื้นที่ป่าชุมชนที่ได้รับการปลูกภายใต้โครงการนี้ทั้งสิ้น 100 ไร่ เพื่อเป็นการตอบสนองและสนับสนุนนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนให้ได้ร้อยละ 55 ภายในปี 2580

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “วันนี้ป่าชุมชนกว่า 11,900 แห่งทั่วประเทศ ค่อยๆ ทวีจำนวนมากขึ้น เราได้เห็นความตื่นตัวของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยหัวใจสำคัญคือการเร่งฟื้นฟู เร่งขยายพื้นที่ป่าชุมชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการผลักดันแนวนโยบายเรื่องป่าเศรษฐกิจ ที่จะทำให้การปลูกต้นไม้ในประเทศไทยมีศักยภาพและปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจแต่ละชุมชนขึ้นมา เพื่อเดินหน้าประเทศไทยอย่างยั่งยืนจากนี้ไป”