17/02/2021

นิสสันกำหนดเป้าหมายลดคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2050

1 week ago / 0 comments

รถยนต์ทุกรุ่นที่ออกสู่ในทศวรรษ 2030 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทั้งหมด นิสสัน มอเตอร์ กำหนดเป้าหมายลดคาร์บอนเป็นศูนย์จากทั้งกระบวนการผลิต และวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ของบริษัท ซึ่งจะส่งผลให้รถยนต์นิสสันทุกรุ่นที่จะออกสู่ตลาดภายในช่วงต้นทศวรรษ 2030 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทั้งหมด นิสสันจะดำเนินการต่อยอดนวัตกรรมด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้ารวมถึงเทคโนโลยีการผลิตเพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ด้วยกลยุทธ์ดังต่อไปนี้: นวัตกรรมของแบตเตอรี่ รวมถึง แบตเตอรี่แบบโซลิดสเตต (solid-state) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอื่นๆเพื่อให้มีต้นทุนที่แข่งขันได้ และทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น พัฒนาเพิ่มเติมในส่วนของระบบขับเคลื่อนภายใต้เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดียิ่งขึ้น พัฒนาระบบนิเวศของการใช้แบตเตอรี่เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าโดยตรงจากอาคารด้วยพลังงานหมุนเวียนโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากส่วนกลาง นิสสันหวังว่าจะได้ร่วมมือกับภาคพลังงานในการสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบเครือข่ายพลังงาน หรือ power grids สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดผลผลิตที่สูงขึ้น เริ่มต้นที่โครงการริเริ่มอย่างโรงงานอัจฉริยะนิสสัน (Nissan Intelligent Factory) นอกจากนี้บริษัทยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและด้านวัสดุเพื่อสนับสนุนพันธกิจลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ในระยะยาว  “นิสสันมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์ และเร่งมือในการต่อสู้กับสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ” มาโกโตะ อูชิดะ ซีอีโอ นิสสัน มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (Makoto Uchida, Nissan CEO) กล่าว “นิสสันจะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆออกสู่ตลาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง … More…

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตรถยนต์

1 week ago / 0 comments

ที่โรงงานแหลมฉบัง มุ่งดำเนินธุรกิจสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดเริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในสายการผลิตรถยนต์อย่างเป็นทางการที่ศูนย์การผลิตรถยนต์มิตซูบิชิมอเตอร์สประเทศไทยที่แหลมฉบังจังหวัดชลบุรีตอบรับแผนปฏิบัติการใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม (The New Environmental Plan Package) ระยะยาว30ปีของมิตซูบิชิมอเตอร์สคอร์ปอเรชั่นพร้อมวางแผนขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในเฟสต่อไปที่โรงพ่นสีแห่งใหม่   ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมทุกโครงการมากกว่า 6,100* ตันต่อปีมุ่งเสริมสร้างกระบวนการการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกขั้นของปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังการประกาศออกแบบโรงงานพ่นสีแห่งใหม่ที่ช่วยลดการปล่อย VOCs ในกระบวนการผลิต และการเปิดตัวรถยนต์ มิตซูบิชิ   เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รถเอสยูวีพลังไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมี่ยม สมรรถนะสูงแต่ปล่อยมลพิษต่ำใน ประเทศไทย มร. โมะริคาซุชกกิกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทมิตซูบิชิมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในกระบวนการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ ถือเป็นอีกหนึ่งในแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นถึงพันธะสัญญาของเราที่ต้องการจะสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการ สร้างการเติบโตและความก้าวหน้าให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านสังคม   และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปในระยะยาว ซึ่งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในสายการผลิตรถยนต์ที่โรงงานแห่ง  นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากฟอสซิลในประเทศส่งผลให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้โดยมีการวางแผนที่จะขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ไปยังโรงงานพ่นสีแห่งใหม่ในอนาคตเพื่อให้เราสามารถที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมทุกโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรมกว่า6,100*ตันต่อปี” สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิที่แหลมฉบังจังหวัดชลบุรีนี้   … More…

ทดสอบขับ NEW MG HS PHEV “ 1 DAY 1 LITRE ”

1 week ago / 0 comments

By จุฑารัตน์ อุ้มญาติ บรรณาธิการบริหาร missside เรามาพูดคุยกันอีกครั้งกับสเปกซึ่งทางรายการเคยรีวิวเมื่อเปิดโฉมที่ผ่านมาไปแล้วครั้งหนึ่ง   NEW MG HS PHEV  ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid  ที่ให้กำลังรวมจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า  284 แรงม้า  แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร  จากขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor  ให้กำลัง 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร  พร้อมระบบเกียร์ EDU II – 10 SPEEDS  ใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์เพียง 0.2 วินาที  … More…